| เศรษฐกิจการเมืองของการผลิตระหว่างผู้ผลิตที่มีความเสมอภาค (P2P*) เศรษฐกิจการเมืองของการผลิตระหว่างผู้ผลิตที่มีความเสมอภาค (P2P*)
ผู้เขียน: Michel Bauwens, michelsub2004@gmail.com
เศรษฐกิจการเมืองของการผลิตระหว่างผู้ผลิตที่มีความเสมอภาค
.
..
..
. 1
นิยามของคำว่า P2P
...................................... 2
พื้นฐานโครงสร้าง P2P
..........2
คุณลักษณะของ P2P
...
.................................... 4
P2P และรูปแบบการผลิตอื่นๆ
..
6
P2P และเศรษฐกิจของการให้
.
.............................. 7
P2P และลำดับชั้นอำนาจ
.
.
............................... 8
P2P และการถือหุ้นร่วมกัน
...
............................. 9
P2P และการตลาด: ที่มีรูปแบบความคิดและที่เหนือกว่านั้น...
.
.
........... 9
P2P และการตลาด
,.
. 10
P2P และระบบทุนนิยม
.
.
.. 11
P2P และชนชั้นเน็ตอาร์คิสท์
..
12
มุมมองที่นอกเหนือของ P2P
..
13
การขยายรูปแบบการผลิต P2P
..
.
.
.
แหล่งข้อมูล P2P
......
.
..
ข้อมูลเพิ่มเติม
.
..
หนังสืออ้างอิง
..
.
ประวัติผู้เขียน
.
..
ก่อนจะถึงเวลาที่คาร์ล มาร์กซได้ชี้ว่า โรงงานผลิตของเมืองแมนเชสเตอร์นั้นจะกลายมาเป็นแผนผังสำหรับสังคมทุนนิยมสมัยใหม่ ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับชีวิตทางสังคมของพวกเราไปแล้ว ขณะที่ระบบการเมืองเศรษฐกิจและสังคมได้เปลี่ยนไปเป็นระบบเครือข่าย พลวัตรใหม่ของความเป็นมนุษย์ก็ได้เกิดขึ้นนั้นก็คือระหว่างผู้ผลิตที่มีความเสมอภาค ขณะที่ P2P ได้ก่อการอุบัติขึ้นของรูปแบบการผลิตประเภทที่สาม รูปแบบที่สามของการบริหาร และรูปแบบที่สามในเรื่องสิทธิความเป็นเจ้าของทรัพย์สิน และกำลังจะนำพาเศรษฐกิจการเมืองของเราไปในลักษณะที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน งานเขียนฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะพัฒนาโครงสร้างทางความคิดในระยะเริ่มต้นนั้นก็คือ ทฤษฎี P2P ที่เพียงพอแก่การทำความเข้าใจในกระบวนการทางสังคมรูปแบบใหม่
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
*P2P : Peer to Peer = เพื่อนต่อเพื่อน ในความหมายดังกล่าวมีนัยยะที่มีรากฐานจากภาษาฝรั่งเศส
มีค่าเท่ากับFrom Equal to Equal' ในภาษาอังกฤษ หรือ จาก ความเสมอภาคสู่ความเสมอภาค
ในภาษาไทย
นิยามของคำว่า P2P
P2P นั้นไม่ใช่แค่พฤติกรรมหรือขั้นตอนที่เกิดขึ้นของเครือข่ายที่แพร่หลาย พวกเขาเป็นกลุ่มที่มีเป้าหมายในการ
เพิ่มการมีส่วนร่วมในวงกว้างของผู้เข้าร่วมที่มีศักยภาพเท่าๆกัน เราจะให้คำนิยามต่างๆในอันดับต่อไป เมื่อเราได้ศึกษาลักษณะของขั้นตอน P2P แต่สิ่งที่จะกล่าวตามมานั้นเป็นลักษณะทั่วๆไปและลักษณะที่สำคัญอย่างยิ่งของแนวคิดนี้
P2P เป็นกระบวนการที่ก่อให้เกิด:
- การผลิตคุณค่าแห่งการใช้สอย จากความร่วมมืออย่างเสรีของผู้ผลิตผู้ที่ซึ่งสามารถเข้าถึงแหล่งทุนที่กระจัดกระจาย สิ่งนี้ก็คือรูปแบบการผลิตแบบ P2P ซึ่งเป็น การผลิตรูปแบบที่สาม ที่แตกต่างจากการผลิตที่เพื่อแสวงหากำไร หรือการผลิตโดยรัฐที่รัฐบาลเป็นเจ้าของกิจการ สินค้าที่ผลิตมานั้นไม่ได้มีคุณค่าสำหรับการการแลกเปลี่ยน แต่เป็นคุณค่าแห่งการใช้สอยเพื่อชุมชนของผู้ใช้
- กระบวนการและการตัดสินใจนั้นมีการควบคุมโดยชุมชนของผู้ผลิต ไม่ใช่จากปัจจัยตลาดหรือหรือ
ระบบอำนาจบริหารของบรรษัทอย่างที่เป็นมา นี่ก็คือรูปแบบการบริหารของสิทธิความเป็นเจ้าของทรัพย์สิน P2P หรือ 'รูปแบบที่สามของการบริหาร
- สิ่งที่ได้กล่าวมาจะทำให้คุณค่าแห่งการใช้สอยนั้นเป็นเรื่องที่จะเข้าถึงได้โดยทั่วๆไป จากแนวทางใหม่
ในเรื่องสิทธิความเป็นเจ้าของทรัพย์สินร่วมกัน ซึ่งถือว่าเป็นช่องทางการแพร่กระจายของระบบการผลิต
แบบ P2P หรือ รูปแบบสิทธิความเป็นเจ้าของทรัพย์สิน เป็น รูปแบบที่สามของการครอบครอง ที่
แตกต่างจากทรัพย์สินของเอกชน หรือทรัพย์สินของสาธารณะ(รัฐ)
พื้นฐานโครงสร้างของ P2P
อะไรเป็นสิ่งที่จำเป็นในการเกื้อหนุนให้เกิดกระบวนการผลิตระหว่างผู้ผลิตที่มีความเสมอภาค?
สิ่งที่ต้องการอันดับแรกคือการเกิดขึ้นของโครงสร้างทางเทคโนโลยี เพื่อใช้ปฏิบัติการ ในกระบวนการการผลิตที่มีความเสมอภาค และก่อให้เกิด การเข้าถึงอย่างแพร่หลาย ของ ทุนที่เป็นทรัพย์สินคงที่
เครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละตัว ได้ก่อให้เกิดเครื่องมือที่สามารถทำการวิเคราะห์ขั้นตอนทางตรรกศาสตร์ได้ ซึ่งสิ่งนี้นับเป็น ทุนที่เป็นทรัพย์สินคงที่ ที่มีการกระจายออกไป
อินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นเครือข่ายจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดซึ่งได้รับการออกแบบโดยเฉพาะ เพื่อการเข้าร่วมสื่อสารของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ (edges: computer users) โดยการไม่ใช้ศูนย์บังคับใดๆ แม้ว่าเครือข่ายจะไม่ได้อยู่ในมือของผู้ใช้บริการ แต่เครือข่ายก็รับการดูแลจากการบริหารที่กระจายออกไป ซึ่งอยู่นอกเหนืออิทธิพลของภาคเอกชน
หรือภาครัฐใดๆ และองค์ประกอบที่เป็นขั้นตอนของระบบ (อาทิเช่น IP โปรโตคอล โดเมนเนมที่กระจัดกระจาย และอื่นๆ) ลักษณะกึ่งกลางไม่ได้ทำให้การเข้าร่วมของผู้ใช้เครือข่ายลดน้อยลง ผู้สื่อสารที่ต่อเนื่อง (viral communicators) หรือเครือข่ายสื่อสารนั้นเป็นส่วนที่แยกออกอย่างเป็นเหตุเป็นผลของระบบอินเตอร์เน็ต ด้วยแนวทางดังกล่าว
เครื่องมือทั้งหมดที่กล่าวมาก็ได้สร้างเครือข่ายของตนขึ้น โดยการใช้ขีดความสามารถที่เกินความต้องการของโครงสร้างที่ได้เกิดขึ้นมาก่อน กลุ่มเคลื่อนไหว ชุมชนวายฟาย (Community Wi-Fi) กลุ่มที่อุทิศในเรื่อง
ของ โอเปนสเปคตรัม (Open Spectrum) โทรทัศน์ระบบไฟล์เซิฟวิ่ง (File- serving Television) และโครงสร้างการสื่อสารเครือข่ายทางเลือกนั้น ก็เป็นตัวอย่างที่น่าจะดำเนินรอยตามลักษณะรูปแบบการเปลี่ยน
แปลงดังกล่าว
สิ่งที่ต้องการอย่างที่สองคือระบบข้อมูลทางเลือก และการสื่อสารซึ่งก่อให้เกิดการสื่อสารที่ไม่มีหน่วยบัญชาการ
ระหว่างหน่วยองค์กรต่างๆที่ให้ความร่วมมือ
ในส่วนของเว็บ โดยเฉพาะรีไรท์เอเบิลเวบ (Writeable Web: ซึ่งเว็บเวอร์ชั่นสองที่อยู่ ระหว่างการพัฒนา) ได้ก่อให้เกิดการผลิตโดยทั่วไปที่ปราศจากการครอบงำ และยังรวมถึงการกระจายของการ ผลิตดังกล่าว รวมถึงการบริโภควัสดุสิ่งพิมพ์ ขณะที่การพัฒนาพอดคาสติ้ง (Podcasting) และเว็บคาสติ้ง (Webcasting)
ที่เกี่ยวข้องได้ก่อให้เกิดโครงสร้างข้อมูลและการสื่อสารทางเลือกของการสร้างสรรค์งานทางภาพ และภาพและเสียง การกำเนิดขึ้นของโครงสร้างที่กล่าวมาได้สร้างการผลิตสื่อที่สามารถกระจายได้ โดยไม่ต้องมีคนกลางดังเช่นสื่อสิ่งพิมพ์หรือสื่อวิทยุโทรทัศน์ แม้กระนั้นตัวกลางบางอย่างอาจจะเกิดขึ้นแทนที่
สิ่งที่ต้องการอย่างที่สามก็คือการเกิดของโครงสร้าง ซอฟแวร์ เพื่อความร่วมมือระดับโลกที่ปราศจากกครอบงำ เครื่องมือในการสร้างความร่วมมือที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทั้งเวปลอค (weblog หรือ blog) และวิกิส์ (wikis)
ที่ฝังอยู่ในซอฟแวร์เครือข่ายเพื่อสังคม เพื่อเกื้อหนุนต่อการเชื่อมโยง และเครื่องมือระบบบัญชีเพื่องานสังคม และ
เพื่อเกื้อหนุนต่อทุนในเรื่องของความไว้วางใจและทุนทางสังคม ทำให้มีความเป็นไปได้ในการสร้างกลุ่มทั่ว
โลกที่สามารถจะสร้างคุณค่าแห่งการใช้สอย โดยไม่ต้องมีตัวกลางทำการผลิตหรือการกระจายสินค้าเพื่อแสวง
หากำไรทางการค้า
สิ่งที่ต้องการอย่างที่สี่ก็คือโครงสร้างทางกฎหมายที่จะก่อให้เกิดคุณค่าแห่งการใช้สอย และการกฎหมายเพื่อการปกป้อง จากการใช้เฉพาะของกลุ่มเอกชน เรื่องของลิขสิทธิ์สาธารณะทั่วไป (General Public License: GSL) ที่ห้ามการใช้รหัสซอฟแวร์ (Software Code) เฉพาะการริเริ่มด้านโอเปนซอส (Open Source Initiative) ที่เกี่ยวข้อง และลิขสิทธิ์งานสร้างสรรค์ร่วม (Creative Commons License) เพื่อการตีพิมพ์
จะตอบสนองสิ่งที่ได้กล่าวมา กฎหมายจะปกป้องคุณค่าแห่งการใช้สอยตลอดจนใช้ลักษณะของการแพร่กระจายในการขยายอิทธิพลออกไป ซึ่งลิขสิทธิ์สาธารณะทั่วไปและวัตถุที่เกี่ยวเนื่องด้วยลิขสิทธิ์ เพื่อที่จะสามารถใช้ในโครงการที่ได้มีการปรับปรุงรหัสซอฟแวร์ในส่วนที่จัดแสดงในพับลิคโดเมน (Public Domain)
สิ่งที่ต้องการอย่างที่ห้าก็คือวัฒนธรรรมการกระจายของความฉลาดรอบรู้อย่างมากมาย นั้นก็คือการกระจายของสติปัญญา และการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องในด้านความรู้สึกและวิถีความเป็นอยู่ (ontology) และหนทางในการ
เรียนรู้ (epistemology) และการรวมกลุ่มที่มีคุณค่า (axiology) ให้เป็นเครื่องมือในการสร้างรูปแบบของ
ปัจเจกชนที่มีความร่วมมือกันอันจำเป็น ในการผดุงไว้ซึ่งคุณลักษณะเฉพาะในการทำให้โครงการ P2P ดำเนินไปได้
คุณลักษณะของ P2P
กระบวนการ P2P เ กิดขึ้นในระบบเครือข่ายกระจาย เครือข่ายกระจายนั้นไม่เป็นเพียงแต่เครือข่ายรูปแบบใดแบบ
หนึ่ง แต่ยังเป็นเครือข่ายที่หน่วยองค์กรปราศจากการครอบงำ ซึ่งสามารถที่จะกำหนดพฤติกรรมและการเชื่อมโยงต่างๆโดยไม่มีตัวกลางของศูนย์บัญชาการใดๆ ดังที่ อาเล็คซานเดอร์ กาลโลเวย์ (Alexander Gallaway) ได้ย้ำในหนังสือของเขาเกี่ยวกับอำนาจโปรโตคอลลารี (protocollary power) เครือข่ายที่มีการกระจายนั้นไม่เหมือนเครือข่ายไม่รวมศูนย์ ซึ่งศูนย์นั้นยังมีอำนาจควบคุมอยู่ P2P นั้นอยู่บนพื้นฐานของการกระจายอำนาจ และการเข้าถึงแบบกระจายไปยังทรัพยากรต่างๆในเครือข่ายที่ไม่รวมศูนย์ อาทิเช่น ระบบสนามบินของสหรัฐอเมริกานั้น เครื่องบินต้องบินไปยังศูนย์การบิน(สนามบิน) ที่ตั้งเป้าเอาไว้เท่านั้น ขณะที่ระบบกระจายอย่างเช่น ระบบอินเตอร์เน็ตหรือระบบถนนไฮเวย์ อาจจะมีศูนย์รวมอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีการบังคับการ ผู้ใช้ระบบสามารถที่จะเดินทางไปมาตามทางเลือกได้โดยอิสระ
โครงการ P2P เป็นลักษณะที่ถูกกำหนดด้วยขีดความสามารถที่เท่าเทียมกัน (equipotential) หรือ กระบวนการต่อต้านความน่าเชื่อถือ (anti-credentail) ซึ่งนี่ก็หมายความว่าจะไม่มีการคัดเลือกจากการรับรู้ขั้นพื้นฐานในการเข้าร่วม ขีดความสามารถในการให้ความร่วมมือนั้นจะเป็นเครื่องมือชี้วัดกระบวนการในการเข้าร่วม ดังนั้นโครงการต่างๆจะเปิดให้ผู้ที่เข้ามาทุกๆคน โดยมีข้อแม้ว่าพวกเขามีความชำนาญบางอย่างที่จะมีส่วนสนับสนุนแก่โครงการใดโครงการหนึ่ง ความเชี่ยวชาญเหล่านี้จะได้รับการพิสูจน์และได้รับการตอบรับจากชุมชน (รวมถึงชุมชนบนเว็บไซด์) ในกระบวนการการผลิต สิ่งที่กล่าวมานั้นชัดเจนในโครงการสื่อเปิด อาทิเช่น การรายงานข่าวพลเมือง ซึ่งทุกคนสามารถที่จะเขียนข่าวเข้ามาได้ แต่ทุกคนสามารถจะพิสูจน์ตลอดจนตรวจข้อพิสูจน์ของเนื้อหาของข่าวชิ้นดังกล่าว และระบบความน่าเชื่อถือนั้นได้ถูกดึงนำมาใช้สำหรับการพิสูจน์ภายในชุมชนนั้นๆ การกรองเป็นการใช้การตัดสินจากประสบการณ์ (posteriori) ไม่ใช่การตัดสินโดยปราศจากการตรวจสอบ (priori) กระบวนการในการต่อต้านความน่าเชื่อ จึงแตกต่างจากการทดสอบพิจารณาผู้มีความเสมอภาครูปแบบดั้งเดิม ซึ่งที่ผ่านมาความน่าเชื่อถือได้เป็นเกณฑ์ที่สำคัญในการคัดเลือก (บุคคล สิ่งของ ข้อมูล ฯลฯ) การเพื่อเข้าร่วมในกิจกรรมหรือการดำเนินการ
โครงการ P2P เป็นลักษณะที่ถูกกำหนดด้วยทฤษฎีฮอลออฟติซซั่ม (holoptism) ซึ่งความเป็นฮอลออฟติซซั่ม ดังกล่าวหมายถึงขีดความสามารถในการผลิตที่มีและการออกแบบของระหว่างผู้ผลิตด้วยกันเอง ตลอดจกระบวนการที่ให้ผู้ที่เข้าร่วมสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับผู้เข้าร่วมอื่นๆได้อย่างเสรี (ในความหมายที่ไม่เกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว แต่ในด้านการมีตัวตนและการมีส่วนร่วมในการให้) ซึ่งก็คือข้อมูลแนวนอน และการเข้าถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ รวมถึงเครื่องมือชี้วัดต่างๆ และเอกสารของโครงการต่างๆ ทั้งหมด ที่นับเป็นข้อมูลแนวตั้ง สิ่งที่กล่าวมาอาจจะตรงข้ามกับทฤษฎีแพนออฟติซซั่ม (panoptism) ซึ่งเป็นลักษณะของโครงการที่มีการบังคับบัญชาเป็นขั้นๆ ในรูปแบบนี้กระบวนการได้ถูกออกแบบเพื่อจำกัดองค์ความรู้แบบ รวบยอด ของอภิสิทธิชน ในขณะที่ผู้เข้าร่วมนั้นได้เข้าถึง ความรู้ขั้นพื้นฐาน การสื่อสารจะไม่เป็นจากบนลงล่าง และอยู่บนพื้นฐานของกฎการรายงานอย่างเคร่งครัด ขณะที่การตอบสนองจะเป็นระบบ และอยู่ในรูปแบบของระบบสหกรณ์หรือระบบความร่วมมือกัน
ที่กล่าวมาขั้นต้นนั้น ไม่ได้ทำให้คุณลักษณะของการผลิตแบบระหว่างผู้ผลิตที่มีความเสมอภาคนั้นหมดพลังไป แต่อย่างไรก็ดีเราจะตรวจสอบต่อไปในเรื่องขั้นต้นจากบริบทที่เปรียบเทียบระบบกับรูปแบบการผลิตอื่นๆ
P2P และรูปการผลิตแบบอื่นๆ
โครงสร้างของการเปรียบเทียบของเรานั้นก็คือทฤษฎีรูปแบบการเชื่อมโยงของนักมานุษยวิทยา เอลัน เพจ ฟริสค์
(Alan Page Fiske) ที่ได้กล่าวในงานชิ้นใหญ่ของเขาที่ชื่อว่า โครงสร้างของชีวิตทางสังคม (The
Structure of Social Life) จากการที่รูปแบบของการผลิตนั้นได้ฝังอยู่ในความสัมพันธ์แบบอินเตอร์ซับเจ็คทิฟ
(Intersubjective relations) นั้นก็คือรูปแบบดังกล่าวได้ถูกกำหนดคุณลักษณะจากองค์ประกอบต่างๆที่ก่อให้เกิดรูปแบบนั้นๆ สิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่ให้โครงสร้างที่จำเป็นในการทำให้ P2P มีคุณลักษณะเฉพาะจากแนวคิดของ
ฟริสค์นั้น มีพลวัตรของอินเตอร์ซับเจ็คทิฟอยู่ 4 รูปแบบด้วยกันที่อยู่เหนือกาลเวลาและพื้นที่ ซึ่งเขาได้กล่าวเป็นคำพูดไว้ว่า:
ผู้คนต่างใช้รูปแบบสี่แบบในการจัดสรรมุมมองของการเป็นสังคมตลอดเวลาในทุกๆวัฒนธรรม ซึ่งรูปแบบดังกล่าว
ได้แก่ การแบ่งปันกันในชุมชน การจัดลำดับอำนาจ การจับคู่อย่างเท่าเทียม และการตั้งราคาตลาด การแบ่งปันภายใน
ชุมชน (Communal Sharing: CS) เป็นลักษณะความสัมพันธ์ที่ผู้คนกระทำกับคนจำนวนสองคนหรือกลุ่มใด
อย่างเท่าเทียมกัน และไม่แตกต่าง ด้วยความเคารพต่อสิ่งที่แสดงสู่สังคม ซึ่งยังมีคำถามตามมา ตัวอย่าง เช่น ผู้คน
ต่างก็ใช้สิ่งที่เป็นที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน (รูปแบบ CS ที่เกี่ยวเนื่องจากการใช้ทรัพยากรใดๆเฉพาะ) ผู้คนที่มีความรักอย่าง มากมาย (CS ที่เกี่ยวเนื่องกับความเป็นตัวตนในสังคม) ผู้คนที่ ไม่ถามว่ากระดิ่งนั้นลั่นเพื่อใคร เพราะมันลั่นเพื่อท่าน(CS ที่เกี่ยวเนื่องกับการแบ่งบันความเจ็บปวดและความเป็นอยู่ที่ดีทั่วหน้า) หรือผู้คนที่ฆ่าสมาชิกของกลุ่มศัตรู โดยไม่แบ่งพรรคแบ่งพวกในการตอบโต้การจู่โจม (CS ที่เกี่ยวเนื่องกับความรับผิดชอบโดยรวม) ในการจัดลำดับอำนาจ(Authority Ranking: AR) ผู้คนนั้นมีจุดยืนที่ไม่เท่าเทียมกันในแนวลำดับชั้น ที่ซึ่งผู้ใต้บังคับบัญชาจะต้องเปิดทางให้ ทำความเคารพ และ (อาจจะ) ต้องเชื่อฟังคำสั่ง ขณะที่ผู้บังคับบัญชานั้นจะต้องมาก่อน และทำหน้าที่อย่างเป็นที่เคารพยกย่องแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา ตัวอย่างเช่น ลำดับชั้นของทหาร (มี AR ในเรื่องของการตัดสินใจ การบังคับและเรื่องอื่นๆ) การบูชาในสมัยโบราณ (มี AR ในเรื่องของการอุทิศตนแก่พระเจ้า และการคาดหวังในการให้การปกป้อง และการผลักดันการทำงานต่างๆ) จรรยาบรรณในศาสนาที่เชื่อในพระเจ้าองค์เดียว (มี AR ในเรื่องของการนิยามคำว่าถูกหรือผิดจากบัญญติหรือพระประสงค์ของพระเจ้า) ระบบขั้นทางสังคม อาทิเช่น ชนชั้น หรือ
ลำดับเชื้อชาติ (มี AR ที่เกี่ยวข้องกับคุณค่าทางสังคมในเรื่องของตัวตน) และลำดับขั้น อาทิเช่น ลำดับชั้นของทีมกีฬา
(มี AR ที่เกี่ยวข้องกับความเหนือชั้น) ความเกี่ยวพันธ์ด้าน AR นั้นตั้งอยู่บนฐานของมุมมองของความไม่เท่าเทียมกันอย่างเป็นเหตุเป็นผล ไม่ใช่จากการมีอำนาจที่ใช้กำลัง และความสัมพันธ์ดังกล่าวก็ไม่ได้เป็นการหาผลประโยชน์ที่สืบทอดได้ (แม้กระนั้นก็อาจมีเรื่องของอำนาจบ้าง หรือการทำร้ายกันบ้าง)
ในความสัมพันธ์แบบจับคู่ที่มีความเสมอภาคกัน (Equality Matching: EM) ผู้คนต่างจะตรวจตราความสมดุล หรือความแตกต่างระหว่างผู้ที่เข้าร่วม และรับรู้ว่าอะไรจะเป็นสิ่งที่สร้างความสมดุลดังกล่าว การนำเสนอใน
ลักษณะการดำเนินการเพื่อรักษาสมดุล อาทิเช่น การเลือกตั้งแบบหนึ่งคนหนึ่งคะแนนเสียง การแบ่งปันที่เท่าเทียมกัน และการแก้แค้น ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ตัวอย่าง เช่น กีฬาและเกมส์ต่างๆ (EM ที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง กฎ ขั้นตอน เครื่องมือ และลักษณะของสนามแข่ง) สหกรณ์รับเลี้ยงเด็ก (EM ที่เกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนของการรับเลี้ยงเด็ก) และการตอบแทนที่นอกเหนือจากตัวเงิน(EM ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขสิ่งที่ได้ทำผิดพลาด) ความสัมพันธ์ด้านราคาตลาด(Market Pricing: MP) ได้ถูกจัดตั้งเป็นสัดส่วนที่มีความหมายต่อสังคมหรืออัตราต่างๆ อาทิเช่น ราคา เงินเดือน ดอกเบี้ย ค่าเช่า เงินหักเพื่อสะสมหรือภาษี หรือ การวิเคราะห์ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เงินไม่จำเป็นต้องเป็นสื่อกลาง แลความสัมพันธ์ของ MP นั้นไม่จำเป็นต้องมีการเห็นแก่ตัว ต้องมีการแข่งขัน ต้องเพิ่มผลผลิตหรือกำลังการผลิต หรือเป็นวัตถุนิยม รูปแบบสี่แบบใดรูปแบบหนึ่งอาจจะแสดงคุณลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ได้กล่าวมา ความสัมพันธ์ของ MP นั้นไม่จำเป็นต้องเป็นแบบปัจเจกชน อาทิเช่น ครอบครัวหนึ่งอาจจะเป็นหน่วย CS หรือ AR ที่ดำเนินธุรกิจที่ปฏิบัติการภายใต้รูปแบบ MP ด้วยความเกี่ยวโยงกับธุรกิจอื่นๆ ตัวอย่าง เช่น ที่ดินที่สามารถจะซื้อขาย หรือตีค่าให้เป็นการลงทุน (ที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างที่ตีค่าแบบ MP ) การแต่งงานที่จัดขึ้นโดยสัญญาว่าจ้าง หรือด้วยความเข้าใจในราคาและผลประโยชน์ต่อคู่แต่งงาน หรือแม้กระทั้งเรื่องของอาชีพโสเภณี (เรื่องเพศที่เป็นระบบ MP) มาตรฐานทางประสิทธิผลจากรายจ่าของหน่วยงาน (การจัดสรรทรัพยากรที่เป็น MP ) การตัดสินใจในเรื่องของการใช้สอยเกี่ยวกับสิ่งของที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งานให้ได้มากที่สุด มาตรฐานของความสมดุลในการตัดสินเรื่องความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายตามสัดส่วนเพื่อกาแบ่งปัน (รูปแบบสองแบบของจรรยาบรรณในแบบ MP)
กาพิจารณาในการ ใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพ และการคาดการของอัตราสูญเสีย (การรุกคืบของรูปแบบ MP)
(แหล่งข้อมูล: เวปไซด์ Fiske)i
รูปแบบของสังคม หรือความเจริญนั้นเป็นการผสมผสานของรูปแบบทั้งสี่แบบ แต่อาจจะถกเถียงกันได้หลังจากที่ได้พิจารณาได้ว่ารูปแบบหนึ่งนั้นมีอิทธิพลมากกว่า และได้ถ่ายถอดรูปแบบไปยังรูปแบบอื่นที่ด้อยกว่า จากประวัติศาสตร์แล้วรูปแบบที่หนึ่งที่มีอิทธิพลนั้นนับว่ามีความเกี่ยวข้อง หรือมีที่มาจากพื้นฐานการแลกเปลี่ยนจากเศรษฐกิจการให้ของชนเผ่าในสมัยโบราณ มุมมองที่เกี่ยวข้องหลักก็คือความรู้สึก เป็นส่วนหนึง การให้เป็นการสร้างความผูกพันธ์ และความสัมพันธ์มากกว่าความเป็นญาติ สร้างสรรค์ให้เกิดสนามแห่งการแลกเปลี่ยนที่กว้างกว่า สังคมการเกษตรหรือสังคมประเภทศักดินานั้นได้ถูกครอบงำโดยลำดับขั้นของการบังคับบัญชา นั่นก็คือสังคมดังกล่าวอยู่บนพื้นฐานของความสวามิภักดิ์ ในที่สุดจึงมิใช่เรื่องยากที่จะเห็นเศรษฐกิจทุนนิยมได้ถูกครอบงำด้วยราคาตลาด ซึ่งป็นรูปแบบที่ครอบงำที่เห็นได้ในยุคปัจจุบัน
P2P และเศรษฐกิจการให้
รูปแบบ P2P นั้นมักจะถูกเรียกว่า เศรษฐกิจการให้ (Gift Economy) ตัวอย่าง อาทิเช่นในงานเขียนของ ริชาร์ด บาร์บรู๊ค (Richard Barbrook) อย่างไรก็ตามการถกเถียงของเรานั้นมักจะก่อให้เกิดความเข้าใจที่
คลาดเคลื่อน เหตุผลหลักนั้นก็คือคู่ค้าผู้ผลิตที่มีความเสมอภาคไม่ได้เป็นรูปแบบของการจับคู่บนความเท่าเทียมกัน และไม่ได้อยู่บนพื้นฐานในการให้และตอบแทนซึ่งกันและกัน รูปแบบ P2P นั้นจะเป็นแบบให้ผู้ให้ขีความสามารถและความสมัครใจของตน และแต่ละฝ่ายก็จะรับตามส่วนที่ต้องการ ไม่มีเรื่องของการให้และตอบแทนเข้ามาเกี่ยวข้อง ในรูปแบบการผลิตของคู่ต่างตอบแทนที่มีความเสมอภาคนั้น ผู้ผลิตจะไม่ได้รับค่าตอบแทนเป็นตัวเงิน และไม่มีการตอบแทนในรูปค่าใช้จ่ายใดๆ ดังนั้นถ้าจะมี การให้ ก็จะเป็นการให้โดยไม่ต้องรับการตอบแทนใดๆ การใช้คุณค่าแห่งการใช้สอยที่เกิดจากคู่ค้านั้นไม่ได้สร้างข้อผูกมัดให้แก่อีกฝ่ายแต่อย่างใด การเกิดขึ้นของการผลิตระหว่างผู้ผลิตที่มีความเสมอภาคนั้น ได้เกิดขึ้นช่วงเวลาเดียวกันกับรูปแบบเศรษฐกิจการให้ในยุคใหม่ อาทิเช่น ระบบการค้าแลกเปลี่ยนสินค้าในท้องถิ่น (Local Exchange Trading System) และการใช้ระบบเงินเสริม (Complementary Currencies) ที่มีพื้นฐานของการให้และการรับ สิ่งท้ายที่กล่าวมานี้ไม่เป็นสิ่งที่เรียกว่า รูปแบบผู้ผลิตที่มีความเสมอภาค
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ารูปแบบดังกล่าวไม่ได้เป็นระบบเสริม เนื่องจากการจับคู่อย่างเท่าเทียมกันและการแบ่งปันในชุมชนร่วมกันมาจากพื้นฐานแห่งจิตวิญญาณของการให้ การผลิตระหว่างคู่ค้าผู้ผลิตสามารถที่จะนำมาปฏิบัติในโลกที่ไม่ใช่วัตถุนิยม ที่ซึ่งการให้นั้นเป็นช่วงเวลาว่างและมีทรัพยากรที่เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
เกินความต้องการในการใช้งานตามปกติ การจับคู่อย่างเสมอภาค แผนงานที่ต่างฝ่ายต่างจะได้รับผลประโยชน์ และ
การผลิตที่ตั้งอยู่บนความร่วมมือร่วมกัน นั้นมีความจำเป็นในโลกแห่งวัตถุ ที่ซึ่งค่าของต้นทุนเข้ามาเกี่ยวข้อง
ในปัจจุบันนั้นการผลิตระหว่างคู่ค้าผู้ผลิตนั้นไม่ได้ให้ทางออกแก่ความอยู่รอดด้านที่เป็นวัตถุแก่ผู้ที่เข้าร่วม ขณะที่
หลายคนที่ได้รับการแรงบันดาลใจจากลักษณะของการส่งเสริมความเท่าเทียมกันในสังคม จะหันไปหาการผลิตใน
รูปแบบสหกรณ์ เศรษฐกิจที่เน้นประโยชน์สังคม และโครงการอื่นๆที่พวกเขาสามารถที่จะสร้างรายได้ ขณะเดียวกันพวกเขาก็ยังได้รับการยกย่องในคุณค่าแห่งตนจากรูปแบบดังกล่าว โครงการต่างๆนี้จึงนับว่าเป็นระบบเสริม ไม่สามารถนำมาใช้เป็นระบบหลักได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน
P2P และระบบลำดับขั้น
รูปแบบ P2P ไม่ได้เป็นลำดับขั้นที่น้อยลงแต่ประการใด (hierarchy-less) และก็ไม่ได้มีโครงสร้างที่น้อยลงเช่นกัน (structureless) แต่มีลำดับขั้นและโครงสร้างที่ยืดหยุ่นที่มีพื้นฐานจากการกระทำที่มีคุณค่า ซึ่งได้กำหนด
ไว้ในการมีส่วนร่วม ขณะที่ความเป็นผู้นำจะถูก กระจายออก บ่อยครั้งที่โครงการ P2P ทั้งหมด ได้รับการนำการ บริหารจากกลุ่มของผู้ก่อตั้ง ผู้ที่ได้ฝังเค้าโครงเป้าหมายของโครงการ ผู้ซึ่งทำหน้าที่ประสานงานกับปัจเจกชนและทีมงานกลุ่มย่อยๆมากมายในสายงานย่อยๆแต่ละส่วน อำนาจและความเป็นผู้นำของพวกเขาเกิดจากส่วนที่พวกเขาให้กับในการสร้างโครงการขึ้นมา และการเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง อาจจะเป็นความจริงที่โครงการจากเพื่อนสู่เพื่อนที่มีความเสมอภาคบางครั้งถูกเรียกว่า รูปแบบเผด็จการที่สร้างสรรค์ แต่เราจะต้องไม่ลืมว่าที่มาของความร่วมมือนั้นเป็นรูปแบบการอาสาสมัคร การเกิดโครงการอาสาสมัครดังกล่าวนั้นจึงขึ้นอยู่กับความตกลงของชุมชนผู้ผลิต และ และการแตกสาขาทางเทคโนโลยี (forking): นั้นก็คือการสร้างโครงการใหม่ๆที่เป็นอิสระนั้นมีความเป็นไปได้เสมอ
ความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจและการเข้าร่วม และกระบวนการวิวัฒนาการในอดีตนั้นได้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ดังที่จอห์น ฮีรอน (John Heron)ได้เขียนไว้ว่า:
อาจจะปรากฏว่ามีการพัฒนาทางวัฒนธรรมสี่รูปแบบด้วยกัน ที่ฝังอยู่ในขั้นของมุมมองแห่งจรรยาบรรณ:
- วัฒนธรรมอำนาจบริหารแบบเบ็ดเสร็จ (autocratic) ที่ตีความในเรื่องของสิทธิโดยจำกัดและสร้าง
ความกดขี่ วัฒนธรรมนี้ไม่มีในเรื่องของสิทธิในการเข้าร่วมทางการเมืองของภาคประชาชน
(2) วัฒนธรรมประชาธิปไตยซึ่งมีส่วนร่วมทางการเมืองจากการแต่งตั้งตัวแทน แต่ประชาชนนั้นมีส่วนร่วม
ที่จำกัดหรือบางครั้งไม่มีเลยในการตัดสินใจในด้านต่างๆ อาทิเช่น การวิจัย ศาสนา การศึกษา และด้าน
การอุตสาหกรรม
(3) วัฒนธรรมประชาธิปไตยที่เปิดกว้างขึ้น ที่สร้างการปฏิบัติการมีส่วนร่วมทางการเมือง และการมีส่วน
ร่วมในลำดับขั้นต่างๆที่เปิดกว้างขึ้น
- วัฒนธรรม p2p ของสามัญชน ในเครือข่ายโลกของนักเสรีนิยมที่เน้นการสร้างความอุดมสมบูรณ์
ด้วยขีดความสามารถที่เสมอภาคของการมีส่วนร่วมของทุกๆคนจากทุกเวทีเพื่อจุดหมายของมนุษยชาติ
ฮีรอนได้กล่าวเพิ่มว่า ขั้นที่แตกต่างดังกล่าวทั้งสี่ อาจจะกล่าวในเชิงรูปแบบของความสัมพันธ์ระหว่างลำดับชั้น
การให้ความร่วมมือ และการปกครองตนเอง ได้ดังนี้:
- ลำดับซึ่งตีความในเรื่อง การบังคับบัญชาและการจำกัดในเรื่องของความร่วมมือ และการ
ปกครองตนเอง
- ลำดับซึ่งให้อำนาจแก่นโยบายในเรื่องการให้ความร่วมมือ และการปกครองตนเอง ภายในระบบ
การเมืองเท่านั้น
- ลำดับซึ่งให้อำนาจแก่นโยบายในเรื่องการให้ความร่วมมือ และการปกครองตนเอง ภายในระบบ
การเมืองและในขั้นที่แตกต่างในส่วนอื่นๆ
- บทบาทหนึ่งของลำดับชั้นก็คือการเกิดขึ้นโดยทันทีเมื่อมีการริเริ่ม และการออกดอกผลอย่างต่อเนื่องของการปกครองตนเองในความร่วมมือในทุกขอบข่ายตามจุดหมายแห่งมนุษยชาติii
P2P และการแบ่งปันหุ้นส่วนชุมชน
สิ่งที่ผู้คนกำลังทำในรูปแบบ P2P คือการสร้างหน่วยผลประโยชน์ร่วมของชุมชนสามัญ (commons) ตาม หลักการของลัทธิคอมมิวนิสต์(communist principle) จากบุคคลแต่ละคนตามความสามารถของเขา และแต่ละบุคคลตามความจำเป็นของเขา คุณค่าแห่งการใช้สอยที่สร้างจากโครงการ P2P จะกระทำด้วยความร่วมมืออย่างเสรี โดยไม่มีแรงกดดันต่อผู้ผลิต และผู้ใช้ก็มีอิสระในการใช้คุณค่าแห่งการใช้สอยที่เป็นผลผลิต จากโครงสร้างทางกฎหมายที่เราได้อธิบายมาก่อนหน้า สิ่งนี้ได้ก่อให้เกิด สารสนเทศร่วม (Information Commons) หน่วยรวมในสามัญรูปแบบใหม่นี้จะเกี่ยวข้องกับหน่วยร่วมแบบดั้งเดิม (ที่เห็นได้ชัดเจน อาทิ ที่ดินชุมชนของชาวนาในยุคกลางของยุโรป และความสมานฉันท์ของคนงานในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม) แต่ก็ยังแตกต่างในแง่ของคุณลักษณะที่ไม่เป็นวัตถุนิยม หน่วยรวมสามัญแบบเดิมนั้นเป็นลักษณะที่อยู่ในพื้นที่ มีการใช้ประโยชน์ และบางครั้งมีการตั้งกฎเกณฑ์โดยชุมชนแห่งท้องถิ่น แต่ขณะที่หน่วยร่วมสามัญรูปแบบใหม่นั้นจะมีอยู่ทั่วๆไป และมีการตั้งกฎเกณฑ์โดยกลุ่มเครือข่ายไซเบอร์ของโลก หรือเครือข่ายบนอินเตอร์เน็ตและการสื่อสารในระบบ IT นั้นเอง ซึ่งมักเป็นกลุ่มที่มีความเหมือนกันด้านโครงสร้างของหน่วย ขณะที่หน่วยรวมสามัญแบบใหม่จะมีศูนย์กลางรอบสิ่งต่างๆที่ไม่ใช่การแข่งขัน นั้นก็คือด้วยกรอบในการสร้างความอุดมสมบูรณ์ แต่หน่วยรวมสามัญแบบเก่าที่เป็นทางกายภาพ (เช่น น้ำ อากาศ และอื่นๆ) นั้นกำลังก้าวไปสู่กรอบของความขาดแคลน ดังนั้นต้องมีกฎเกณฑ์ในการใช้จัดการมากยิ่งขึ้น
P2P และตลาด: ที่เป็นรูปแบบความคิดและที่นอกเหนือจากนั้น
P2P และตลาด
การแลกเปลี่ยน P2P สามารถที่จะถูกพิจารณาในความหมายของการตลาด เฉพาะในแง่ที่ปัจเจกชนที่มีความเป็นอิสระนั้นมีสิทธิเสรีที่จะแบ่งปันข้อมูล หรือนำสิ่งที่ต้องการเอาไปใช้ตามความปรารถนาของตน ด้วยมือที่มองไม่เห็น (invisible hand) เป็นตัวนำพาสิ่งเหล่านี้มาด้วยการที่ไม่ต้องมีกลไกทางการเงินมาผลักดัน แต่ P2P ไม่ใช่ตลาดที่แท้จริงไม่ว่าในความหมายใดก็ตาม ไม่มีเรื่องราคาตลาดหรือการสั่งการจัดการในการตัดสินใจที่เกี่ยวกับ การจัดสรรทรัพยากร และนอกจากนี้ก็ยังมีข้อแตกต่างอื่นๆดังนี้:
- ตลาดไม่ได้ทำหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ของข้อมูลรวมย่อยๆ (collective intelligence) และความเป็น
ฮอลออฟติซซั่ม แต่เป็นลักษณะรูปแบบข้อมูลที่เหมือนกับการรวมตัวของแมลง (insect-like swarming
intelligence) ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องมีหน่วยงานควบคุมในสภาวะแวดล้อมที่มีการกระจาย แต่บุคคลแต่ละคน
จะเห็นประโยชน์ที่ตนจะได้รับในทันที
- ตลาดจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของความร่วมมือที่ เป็นกลาง ที่ไม่ใช่พื้นฐานแบบการดำเนินการร่วมกัน ดังนั้นจึงไม่มี
เรื่องของการให้และการต่างตอบแทน
- ตลาดนั้นปฏิบัติกาเพื่อคุณค่าแห่งการแลกเปลี่ยนและกำไร แต่มิใช่คุณค่าแห่งการใช้สอยโดยตรง
- ขณะที่ P2P นั้นมีเป้าหมายในการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ แต่ตลาดกับตอบรับซึ่งความต้องการของผู้ที่มีกำลังซื้อ
เท่านั้น
สิ่งที่เป็นผลเสียของระบบตลาดได้แก่:
- ตลาดไม่ได้ทำหน้าที่ที่ดีสำหรับความต้องการร่วม ที่ไม่ได้รับรองว่าจะมีการจ่ายเงินเต็มที่แก่การงานบริการภาค
ประชาชน (การป้องกันชาติ งานตำรวจ การศึกษา และการสาธารณะสุข) และไม่เพียงแต่พลาดในการติดตามผล
ลบภายนอกที่จะตามมา (ต่อสิ่งแวดล้อม ค่าใช้จ่ายทางสังคม และคนรุ่นต่อไป) แต่ยังจะหยุดยั้งพฤติกรรมดังกล่าว
อย่างจริงจัง
- จากการที่ตลาดเปิดค่อนข้างจะมีผลทำให้กำไรและรายได้ลดลง ตลาดดังกล่าวจะช่วยสนับสนุน การต่อต้าน
ตลาด(anti-market) ที่ซึ่งธุรกิจการฮั้วและการผูกขาดใช้ความได้เปรียบของตนให้รัฐดำเนินการ กอบโกย
ตลาดดังกล่าวเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง
P2P และทุนนิยม
แม้ว่าจะมีข้อแตกต่างตามขั้นต้น ทั้ง P2P และตลาดทุนนิยมต่างก็มีความเกี่ยวข้องกันอย่างยิ่ง P2P นั้นต้องพึ่งพาตลาด และขณะเดียวกันตลาดจะต้องพึ่ง P2P
การผลิตระหว่างผู้ผลิตที่มีความเสมอภาคนั้นต้องพึ่งพาตลาดอย่างยิ่ง เหตุผลก็คือการผลิตระหว่างผู้ผลิตนั้นก่อให้เกิด
คุณค่าแห่งการใช้สอย ผ่านสิ่งที่เป็นการผลิตที่ไม่ใช่วัตถุโดยส่วนใหญ่ โดยไม่มีผลตอบแทนเป็นตัวเงินแก่ผู้ผลิต
ผู้ที่เข้าร่วมไม่สามารถที่จะอยู่ได้จากผลิตระหว่างผู้ผลิตดังกล่าว แต่พวกเขาจะได้ความหมายและคุณค่าจากการดำเนินการ และอาจจะเป็นไปได้ที่การผลิตนั้นจะก่อให้เกิดขีดความสามารถที่เหนือกว่าในประสิทธิภาพและ
กำลังการผลิต เมื่อเทียบกับทางเลือกที่เป็นตลาดแสวงหากำไร ดังนั้น: 1) การผลิตระหว่างผู้ผลิตที่มีความเสมอ
ภาคนั้นได้ครอบคลุมส่วนหนึ่งของการผลิตเท่านั้น ขณะที่ตลาดจะมีเกือบทุกภาคของการผลิต 2) การผลิตระหว่างผู้ผลิตดังกล่าวยังคงต้องพึ่งพารายได้จากตลาดอยู่ดี ที่ผ่านมา P2P นั้นเกิดจากช่องว่างของตลาด
แต่ทั้งตลาดและระบบทุนนิยมนั้นก็ยังต้องพึ่งพา P2P ระบบทุนนั้นได้กลายเป็นระบบที่ต้องพึ่งพาเครือข่ายที่กระจายออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนโครงสร้างพื้นฐานของ P2P ในด้านคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร ซึ่งการผลิตนั้นต้องพึ่งพาทีมงานที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งบ่อยครั้งมากมีการจัดสรรในลักษณะที่มาจากการแบบของการบริหารรูปแบบ P2P การสนับสนุนที่บริษัท IT ชั้นนำให้แก่การพัฒนาโอเปนซอสนั้น เป็นบทพิสูจน์ของการใช้สอยซึ่งมาจากแผนงานใหม่ๆในเรื่องของสินทรัพย์ร่วม รูปแบบธุรกิจโดยทั่วไปจะเสมือนว่าธุรกิจ แล่น อยู่บนโครงสร้างพื้นฐานของ P2P และได้สร้างคุณค่าที่มากเกินความต้องการ (surplus value) ผ่านทางการให้บริการต่างๆ ซึ่งสามารถที่จัดเก็บเป็นคุณค่าแห่งการแลกเปลี่ยน (ซึ่งอาจจะหมายความถึงเงินก็ได้) อย่างไรก็ดีการสนับสนุนเรื่องของโปรแกรมซอฟแวร์ที่ให้ฟรีและโอเปนซอส (FS/OS) นั้นได้ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆทน่าสนใจ ต่างๆ คำถามก็คือโปรแกรมซอฟแวร์และโอเปนซอสที่บริษัทเป็นสปอนเซอร์ และบริษัทเป็นผู้บริหารนั้นยังเป็นรูปแบบของ P2P อยู่หรือเปล่า คำตอยก็คือเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ถ้าใช้โครงสร้างกฎหมายของลิขสิทธิสาธารณะทั่วไปและการริเริ่มด้านโอเปนซอส (GSL/OSI) สิ่งที่ได้กล่าวมาก็จะแผนงานในเรื่องของสินทรัพย์ร่วม แต่หากผู้ผลิตในรูปแบบ P2P นั้นต้องพึ่งพาเรื่องของแหล่งรายได้ และยิ่งกว่านั้นถ้าการผลิตถูกครอบงำโดยลำดับการสั่งการของบริษัท การผลิตดังกล่าวก็จะไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็น P2P ที่แท้จริง ดังนั้นแรงผลักดันของทุนนิยมก็น่าจะใช้การดำเนินการบางส่วนของรูปแบบ P2P เป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ดีการใช้ที่มีกลยุทธและเครื่องมือของโครงสร้างพื้นฐานของ P2P การปฏิบัติการด้วยความร่วมมือนั้นเป็นเพียงเนื้อความส่วนหนึ่ง อันที่จริงแล้วการพึ่งพารูปแบบ P2P ของระบบทุนนิยมร่วมสมัยนั้นเป็นไปโดยระบบ ในขณะที่โครงพื้นฐานของทุนนิยมนั้นมี
การกระจายออกไป ก็ได้มีการสร้างการปฏิบัติการรูปแบบ P2P และก็ต้องพึ่งพาการปฏิบัติการดังกล่าว สถาบันการ
สอนที่ถ่ายถอดระบบทุนนิยมการเรียนรู้ (cognitive capitalism: พวกทุนนิยมที่สร้างสมมุติฐาน) ของฝรั่งเศส-อิตาลีได้เน้นจริงๆ ตามมุมมองที่น่าจะที่ถูกต้องของผมว่า การสร้างคุณค่า (ของสินค้า) ณ วันนี้ไม่ได้อยู่ในกรอบของการค้าเพียงเท่านั้น แต่ยังอยู่ภายใต้ความรอบรู้ของพนักงานที่มีความรู้อีกด้วย จากการเรียนรู้ตลอดชีวิต
การติดต่อที่เป็นระบบและมีประสบการณ์ ซึ่งได้สร้างนวัตกรรมจากตนเองและได้โดยปราศจากส่วนธุรกิจการค้า
สิ่งดังกล่าวเป็นข้อถกเถียงที่สำคัญ เนื่องจากเรื่องที่กล่าวจะตัดสินสิ่งที่เราได้เห็นว่าเป็นทางออกสำหรับการขยายตัว
ของโลกแห่ง P2P สู่สังคมโดยส่วนใหญ่ นั้นก็คือเรื่องของรายได้พื้นฐานทั่วๆไป การเป็นอิสระในการทำงานและ
โครงสร้างรายรับเท่านั้นที่จะรับประกันว่าผู้ผลิตที่มีความเสมอภาค นั้นสามารถที่จะสร้างโลกของคุณค่าแห่งการใช้สอยเพื่อการผลิตอย่างเป็นพลวัตร
สิ่งนี้หมายความว่าการผลิตระหว่างผู้ผลิตดังกล่าวจะเกิดขึ้นในระบบนี้เท่านั้น ซึ่งก็คือการผลิตของระบบทุนนิยม และไม่อยู่ในวิถีที่นอกเหนือจากระบบทุนเลยหรือ?
P2P และเน็ตอาร์คิสท์
ที่เหนือกว่าความสัมพันธ์ทั่วไปที่เราได้อธิบาย กระบวนการเพื่อนต่อเพื่อนนั้นยังได้ส่งเสริมรูปแบบต่างๆของระบบทุนนิยมกระจาย การใช้โอเปนซอสในธุรกิจนั้นได้รับการสนับสนุนโดยทุนร่วมและบริษัทใหญ่ๆอย่าง IBM นั้นได้
ก่อให้เกิดฐานซอฟแวร์ที่จะตัดการผูกขาดที่บริษัท อาทิเช่น ไมโครซอฟท์ และออราเคิลได้เป็นดำเนินการ ขณะที่ บริษัทสกิป เทคโนโลยี เอส เอ (Skype) และบริษัทวอส โอเวอร์ ไอพี ทั่วๆไป (VoIP: ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต
เทเลโฟนนิ่งซิสเต็ม) จะเป็นผู้กระจายการสื่อสารพื้นฐานโทรคมนาคมแทน แต่สิ่งดังกล่าวก็หมายความถึงรูปแบบของธุรกิจที่จะ มากกว่า เรื่องของสินค้า แต่เป็นการมองไปยังเรื่องของบริการต่างๆที่เกี่ยวกับรูปแบบซอฟแวร์เสรีและโอเปนซอส (FS/OS)โดยเฉพาะ อุตสาหกรรมต่างๆกำลังเปลี่ยนแปลงตนเองให้ผนวกการสร้างสรรค์จาก
การผลิตของผู้ใช้สอยประโยชน์เอง และการเกิดขององค์กรกลางหรือคนกลางในรูปแบบใหม่อาจจะเกิดขึ้นรอบๆสื่อ
ที่ผู้ใช้สอยประโยชน์ผลิตขึ้นมาเอง ผู้ที่มีความรู้มากมายกำลังเลือกทางเลือกที่ที่ไม่ใช่พนักงานบริษัทและได้กลายมาเป็นเถ้าแก่ (miniprenuers) ที่ยึดพื้นฐานโครงสร้างร่วมที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น (sophisticated participatory infrastructure) เป็นประเภทหน่วยองค์กรร่วมดิจิตอล (digital corporate commons)
องค์กรที่มุ่งแสวงหากำไรที่กำลังจัดตั้งและก่อให้สามารถมีอาณาเขตของการมีส่วนร่วมได้ก่อให้เกิดชนชั้นภายใต้ ที่
ผมเรียกว่า ชนชั้นเน็ตอาร์จิคอล (Netarchical) ถ้าหากกว่าพวกทุนนิยมที่สร้างสมมุติฐานนั้นจะถูกระบุโดยพื้นฐาน
ของทรัพย์สินทางปัญญาเหนือทรัพย์สินอุตสาหกรรมตายตัวแล้ว ดังนั้นการพึ่งพาการขยายตัวของทรัพย์สินทางปัญญา
เพื่อที่จะก่อให้เกิดการผูกขาด และถ้าหากพวกนายทุนเคลื่อนที่ (vectoral capitalists) ที่อธิยาบโดย แม็คเคนซี
วอร์ค (Mackenzie Wark) ที่ได้อำนาจมาจากการควบคุมการเคลื่อนไหวทางสื่อ (media vectors) ดังนั้น พวก
นายทุนที่เป็นเน็ตอาร์คิสท์ จะได้อำนาจมาด้วยการสร้างความสามารถและการกดขี่ขูดรีดจากเครือข่ายที่เข้าร่วม ลองคิด
ดูว่าอาเมซอน (amazon.com) ได้สร้างตัวเองจากคำวิจารณ์ของผู้อ่าน หรือการที่อีเบย์ (ebay.com) ได้สร้างเว็บขึ้นมาจากฐานกระจายของการประมูล หรือที่กูดเกอล (google.com) ได้สร้างฐานตัวเองจากงานของผู้ใช้บริการทางอินเตอร์เน็ต แม้ว่าบริษัทต่างๆที่กล่าวมานั้นจะพึ่งพาในเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อเงินเพิ่มเติมบ้างเล็กน้อย
แต่ก็ไม่เห็นว่าการคุมควมอำนาจของบริษัทเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ใดๆ ซึ่งเกิดจากการพึ่งพาเรื่องความเป็นเจ้าของเท่านั้น
แต่ที่กว้างกว่านั้น เราสามารถที่จะเรียกทุนนิยมเน็ตอาร์จิคอล เป็นยี่ห้อของทุนนิยมที่โอบอุ้มการปฏิวัติของ P2P และ
เพื่ออุดมการณ์ที่องค์กรต่างๆที่ระบบทุนนิยมเป็นเส้นทางของความเป็นไปได้ทั้งหลายของมนุษยชาติ สิ่งนี้ก็ยังเป็นพลังสำหรับแนวคิดความเป็นเพื่อนสู่เพื่อน ในการปฏิรูปของระบบเศรษฐกิจการเมืองที่เหนือจากการครอบงำของ
ตลาด
มุมมองที่นอกเหนือของ P2P
อันที่การศึกษามุมองที่นอกเหนือของรูปแบบเพื่อนต่อเพื่อน ว่าทำไมรูปแบบดังกล่าวจึงต้องทั้งพึ่งพาและเป็นส่วนสนับสนุนการผลิตในระบบทุนนิยม ไม่ได้ทำให้หัวเรื่องนี้มีความน่าสนใจน้อยลงแต่ประการใด P2P นั้นมีบทบาทของมุมมองที่นอกเหนือที่เป็นไปเหนือกว่าข้อจำกัดที่ตั้งไว้โดยเศรษฐกิจที่สร้างกำไร:
- การผลิตระหว่างผู้ผลิตที่มีความเสมอภาคนั้นได้ก่อให้เกิดความร่วมมือของผู้ผลิตต่างๆ ผู้ที่ซึ่งมีหนทางเข้าถึง
เครื่องมือของตน เปฃ้นผลทำให้เกิดคุณค่าแห่งการใช้สอยต่อโครงการ ที่สามารถแข่งขันกับทางเลือกที่ทำ
กำไรต่างๆ
โดยประวัติศาสตร์แล้ว การแพร่กระจายของการผลิตที่สูงกว่าได้เกิดขึ้นในสังคม แม้ว่าเรานั้นอาจจะเคยติดอยู่กับระบบการผลิตรูปแบบเดิม การแพร่กระจายดังกล่าวได้นำพาไปสู่การขึ้นและลง และอีกทั้งการเปลี่ยนแปลงระบอบของเศรษฐกิจการเมืองในรูปแบบต่างๆ การเกิดขึ้นของรูปแบบทุนนิยมที่มีระบบศักดินานั้นเป็นกรณีในประเด็นดังกล่าว
ความเป็นจริงที่ภาคนำต่างๆของเศรษฐกิจสร้างกำไรนั้น ได้กำลังจงใจชลอการเจริญเติบโตทางด้านการผลิต (ในเพลงต่างๆ และผ่านทางลิขสิทธิ) และพยายามที่จะทำให้การผลิตแบบ P2P และการแบ่งปันจากรูปแบบดังกล่าวเป็นเรื่องผิดที่กฏหมาย นั้นค่อนข้างจะเห็นได้ชัด
- การปกครองรูปแบบ P2P นั้นอยู่นอกกรอบทั้งเรื่องของอำนาจของตลาดและของรัฐ
- รูปแบบใหม่ๆของทรัพย์สินร่วมทั่วๆไป ได้อยู่นอกเหนือข้อจำกัดต่างๆของทั้งรูปแบบเอกชนและสาธารณะ
และได้ก่อให้เกิดพื้นที่แห่งพลวัตรของหน่วยร่วมต่างๆ
ในเวลาที่ความสำเร็จมากๆของการผลิตรูปแบบทุนนิยม ได้ก่ออันตรายต่อโลกของธรรมชาติ และได้สร้างควาเสียหายแก่จิตใจ (และร่างกาย) ของประชากรโลก การเกิดขึ้นของทางเลือกรูปแบบดังกล่าวนั้นจึงน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง และได้ตอบรับกับความต้องการทางวัฒนธรรมใหม่ๆของจำนวนประชากรจำนวนมาก การเกิดขึ้นและเติบโตของรูปแบบ
เพื่อนต่อเพื่อนนั้นจึงมีเรื่องของจรรยาบรรณในการทำงานรูปแบบใหม่ควบอยู่ด้วย (ตามงานเขียน Hacker Ethic
จรรยาบรรณของแฮกเกอร์ของ Pekka Himanen: เปคคา ฮิมมาเนน) โดยการปฏิบัติทางวัฒนธรรมรูปแบบใหม่
อย่างเช่น วงจร P2P ในการค้นหาเชิงจิตวิญญาณ (ตามการศึกษาหัวข้อเรื่องความร่วมมือของ John Heron:
จอห์น ฮีรอน) แต่ที่เหนือกว่านั้นทั้งสิ้นจากกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองและสังคม ที่มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการเจริญเติบโตของรูปแบบดังกล่าว กลุ่มเคลื่อนไหว P2P ที่พึ่งมีการริ่เริ่ม ( ซึ่งรวมในเรื่องของการเคลื่อนไหวด้านซอฟแวร์เสรีและโอเปนซอส การเคลื่อนไหวของการเข้าถึงที่เป็นระบบเปิด และการเคลื่อนไหวในเรื่องวัฒนธรรม และอื่นๆ) ที่ได้สะท้อนออกมาเป็นรูปแบบการปฏิบัติการต่างๆขององค์กร และเป้าหมายในการสร้าง
การเคลื่อนไหวเพื่อสร้างการเปลี่ยนกระบวนการโลกาภิวัฒน์ (alterglobalisation) กำลังเป็นเสมือนกระบวนการ
เคลื่อนไหวของกลุ่มสังคมนิยมในยุคอุสาหกรรมอย่างรวดเร็ว ที่เป็นทางเลือกอย่างถาวรที่ตรงข้ามกับระบบอำนาจนิยม และผู้ที่สร้างการเจริญเติบโตของพลังทางสังคมยุคใหม่ ซึ่งก็คือกลุ่มพนักงานผู้มีองค์ความรู้ (knowledge
workers)
ที่จริงนั้นเป้าหมายของรูปแบบทฤษฎี เพื่อนต่อเพื่อน นั้นเป็นเพื่อการให้จุดยืนทางทฤษฎีในการเปลี่ยนแปลงเชิงปฏิบัติ
ของกลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆดังกล่าว และเป็นความพยายามที่จะสร้างความเข้าใจเชิงปฏิรูปของสังคมยุคใหม่ที่อยู่บนพื้นฐานของศูนย์กลางของหน่วยร่วม และอยู่ภายใต้ตลาดและรัฐที่มีการปฏิรูปภายใต้ความเป็นไปได้ของมนุษยชาติ
ทฤษฎีดังกล่าวจะไม่เพียงอิบายในเรื่องของพลวัตรที่ควรจะเป็นของกระบวนการเพื่อนต่อเพื่อน แต่การที่กระบวนการสามารถเข้ากับพลวัตรที่เกี่ยวข้องอืนๆ นั้นคือการที่กระบวนการจะสร้างสรรค์รูปแบบต่างคนต่างให้ รูปแบบตลาด
และรูปแบบลำดับบังคับบัญชา ในสิ่งที่การเปลี่ยนแปลงทางความรู้สึกและวิถีความเป็นอยู่ (ontology) หนทางในการ เรียนรู้ (epistemology) และการรวมกลุ่มที่มีคุณค่า (axiology) ที่ซึ่งการปฏิวัตินั้นได้เกิดขึ้น และตามที่หลักการของ P2P สามารถจะเป็นไปได้
องค์ประกอบของทฤษฎีเพื่อนต่อเพื่อนที่สำคัญนั้นจะเป้นการพัฒนาในเรื่องของกลยุทธ และวิถีทางในการปฏิบัติเพื่อการปฏิรูป คำถามหลักก็คือรูปแบบเพื่อนสู่เพื่อนจะเติบโตเกินกว่าโลกที่ไม่ใช่วัตถุนิยมที่รูปแบบดังกล่าวได้เกิดขึ้นหรือไม่
การขยายตัวของรูปแบบ P2P ในการผลิต
จากการที่รูปแบบ P2P มีความเป็นอิสระบนรูปแบบของการตลาดที่มีอยู่ จะมีโอการที่รูปแบบดังกล่าวขยายตัวออกมากกว่าโลกที่เป็นอยู่ ที่ไม่ใช่วัตถุและไม่มีการแข่งขัน ?
สิ่งต่างๆที่จะกล่าวนี้เป้นความเป็นไปได้ดังนี้:
- รูปแบบ P2P สามารถที่จะเติบดตไม่เป็นเพียงในโลกที่ไม่ใช่วตถุของการผลิตซอฟแวร์และองค์ความรู้ แต่อะไรก็
ตามที่มีหนทางในการกระจายเทคโนโลยี วงจรคอมพิวเตอร์ที่เหลือใช้ การกระจายของการสื่อสารต่างๆ และ
เครือข่ายแพร่กระจายของผู้สื่อสาร
- P2P จะเกิดขึ้นเมื่อรูปแบบของทุนกระจายนั้นมีขึ้น ดังเช่น การใช้รถยนต์ร่วมกันของกลุ่ม สมาชิก ซึ่งเป้นรูปแบบ
ของการเดินทางแบบที่สองในประเทศสหรัฐอเมริกา
- P2P จะเกิดขึ้นเมื่อกระบวนการของการออกแบบจะสามารถแยกออกจากกระบวนการการผลิตทางกายภาพ จำนวน
การวางทุนทรัพยืเพื่อการผลิตสามารถที่จะเกิดขึ้นได้ร่วมกับการพึ่งพากระบวนการ P2P ต่างๆที่เกี่ยวกับการ
ออกแบบและความคิด
- P2P จะเกิดขึ้นเมื่อทุนการเงินสามารถที่จะกระจาย โครงการริเริ่ม อาทิเช่นธนาคารโซพา (ZOPA: ธนาคาร
แลกและการกู้ยืม) ดังแนวทางนั้น การซื้อและการใช้สินค้าทุนจำนวนมากเป็นสิ่งที่เป้นไปได้ ทุนและความ
ช่วยเหลือด้านการพัฒนาโอเปนซอสก้เป้นตัวอย่างอีกกรณี
- P2P อาจจะขยายตัวออกและอยู่ได้ผ่านการแนะนำ ของการเกิดของเงินเดือนพื้นฐานทั่วไป
สิ่งต่อไปที่สร้างความเป้นอิสระของเงินที่มีเงินเดือนอิสระมีขีดความสามารถ ในการผดุงการพัฒนาเพิ่มเติมของคุณค่า การใช้สอยของ P2P จากหลักการ กิจการการเต็มที่ (มากกว่าการทำงานเต็มที่) เงินเดือนพื้นฐานนั้นจะได้รับการท้าทายใหม่ และไม่เพียงแต่การแก้ไขปัญหาความยากจนและการตกงาน แต่จะสร้างจะสร้างคุณค่าแห่งการใช้สอยใหม่
ที่สำคัญต่อชุมชนมนุษย์
อย่างไรก็ตามเป็นการยากที่จะเห็นการผลิตคุณค่าการใช้สอย และการแลกเปลี่ยนนั้นอาจะเป้นการผลิตรูปแบบเดียว
จะเป้นความจริงมากกว่าในการเห็นรูปแบบเพื่อนต่อเพื่อนเป้นส่วนหนึ่งของกรบวนการแลกเปลี่ยน ในกรณีดังกล่าว
รูปแบบเพื่อนต่อเพื่อนจะเกิดขึ้นด้วยรูปแบบที่เกี่ยวข้องอื่นๆ แต่จะเปลี่ยนรูปแบบไปอย่างยิ่ง
เศรษฐกิจการเมืองหน่วยร่วมจะมีศูนย์กลางรอบๆรูปแบบเพื่อนต่อเพื่อน แต่ก็จะเกิดร่วมกับ
- โลกของการให้ (gift-economy) ที่มีพลังและมีชีวิตชีวาที่อยู่กลางการเกิดของเงินตราชุมชนที่มีหน่วยเป็นเวลา
- โลกการปฏิรูปสำหรับการแลกเปลี่ยนทางตลาด เป็นลักษณะ ทุนนิยมธรรมชาติ (natural capitalism)
ที่พอล ฮอคเคน เดวิด คอร์เทน และเฮซอล เฮนเดอร์ซัน (Paul Hawken David Korten and
Hazel Henderson) ที่ซึ่งค่าของการผลิตกลับคืนของธรรมชาติและสังคมนั้นจะไม่มีค่าใช้จ่ายภายนอก ซึ่งเป็นแนวคิดที่ทิ้งการเติบโตที่ครอบงำ ( growth imperative) สำหรับเศรษฐกิจลอดบ่วง (throughput economy) ตามคำอธิบายของเฮอร์แมน เดลิย์ (Herman Daly)
- รัฐที่ปฏิรูปซึ่งมีการดำเนินการในแนวคิดที่เป็นการเป็นหุ้นส่วนหลากหลาย (multistakeholdership) และไม่มีการดูดกลืนโดยผลประโยชน์ของบรรษัท แต่เป็นการกระทำอย่างยุตะรรมระหว่างหน่วยร่วม ตลาด และเศรษฐกิจการให้
เป้าหมายดังกล่าวอาจจะเป็นแรงบรรดาใจเพื่อทางเลือกที่มีพลวัตร จากแนวครอบงำของนิโอลิเบอรอล (neoliberal
dominance) และสร้างมุมมองที่หลากหลายของกลุ่มเคลื่อนไหวของ ผู้เป็นแนวหน่วยร่วม (Common-ist)
อย่างกว้างขวางด้วยแรงบรรดาลใจจากเป้าหมายดังกล่าว
แหล่งข้อมูล (Resources)
ข้อมูลเพิ่มเติม (More Information)
Pluralities/Integration monitors P2P developments and is archived at: http://integralvisioning.org/index.php?topic=p2p
A longer manuscript and book-in-progress on the subject is available at: http://integralvisioning.org/article.php?story=p2ptheory1
The Foundation for P2P Alternatives has a website under construction at: http://p2pfoundation.net/index.php/Manifesto
หนังสืออ้างอิง (Bibliography)
Barbrook, Richard. Media Freedom. London: Pluto, 1995
Ferrer, Jorge N. Revisioning Transpersonal Theory: A Participatory Vision of Human Spirituality. Albany: SUNY, 2001
Fiske, Alan Page. Structures of Social Life. New York: Free Press, 1993
Gunderson, Lance H. and C.S. Holling. Panarchy: Understanding Transformations in Systems of Humans and Nature. Washington, D.C.: Island Press, 2001
Heron, John. Sacred Science. Llangarron, Ross-on-Wye, UK: PCCS Books, 1998
Galloway, Alexander . Protocol: How Control Exists After Decentralization Cambridge, Mass.: MIT Press, 2004
Himanen, Pekka. The Hacker Ethic and the Spirit of the Information Age. New York: Random House, 2002
Inglehart, Ronald. Culture Shift in Advanced Industrial Society. Princeton, N.J.: Princeton University Press, 1989
Kane, Pat. The Play Ethic: A Manifesto for a Different Way of Living. London: Macmillan, 2003
Lazzarato, Maurizio. Les Revolutions du Capitalisme.Paris: Les Empecheurs de Penser en Rond, 2004
Lessig, Lawrence. 1) The Future of Ideas. New York: Vintage, 2002; 2) Free Culture. New York: Penguin U.S.A., 2004
Raymond, Eric. The Cathedral and the Bazaar. Sebastopol, CA: OReilly, 2001
Sagot-Duvauroux, Jean-Louis. Pour la Gratuite. Paris: Desclee-De Brouwer, 1995
Sahlins, Marshall D. Stone Age Economics. Chicago: Aldine, 1972
Skolimowski, Henryk. The Participatory Mind. New York: Penguin USA, 1995
Skrbina, David. Panpsychism in the West. Cambridge, MA: MIT Press, 2005
Stallman, Richard. Free Software, Free Society. Boston, MA: GNU Press, 2002
Stewart, John. Evolutions Arrow. Canberra: Chapman Press, 2000
Surowiecki, James. The Wisdom of Crowds. New York: Anchor, 2005
Tuomi, Ilkka. Networks of Innovation. Oxford: Oxford University Press, 2003
Vercelonne, Carlo, dir. Sommes-nous sorti du capitalisme industriel? Paris: La Dispute, 2003
von Hippel, Eric. The Democratization of Innovation. Cambridge, MA: MIT Press, 2004
Wark, McKenzie. A Hacker Manifesto. Cambridge, MA: Harvard University Press, 2004
Weber, Steve. The Success of Open Source. Cambridge, MA: Harvard University Press, 2004
ประวัติผู้เขียน
ผู้เขียนไมเคิล โบเวนส์ (Michel Bauwens) นั้นเป็นผู้มีบทบาทอย่างยิ่งในการปฏิวัติรูปแบบดิจิตอลในบ้านของ
เขาที่ประเทศเบลเยี่ยม ที่ซึ่งเขาเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ริ่เริ่มทางด้านอินเตอร์เน็ต (internet pioneer) เขาได้ก่อตั้งบรรดาบริษัททู-ดอดคอม (two dot.com companies) มากมาย และยังเคยเป็นผู้อำนวยการทางยุทธศาสตร์ของ
ธุรกิจอีบิซซิเนสให้แก่บริษัทโทรคมนาคมที่ชื่อว่าเบลกาคอม (Belgacom) และเคยเป็น ผู้จัดการภาคพื้นยุโรปของ
ธอดลิเดอร์ชีพ (European Manager of Thought Leadership) ให้บริษัทที่ปรึกษาด้านการทำเว็บที่ชื่อ
มาร์ชเฟริท์ (MarchFIRST) เขาเคยได้สร้างหนังทิวีความยาว 3 ชั่วโมงที่ชื่อว่า เทคโนคาลิปส์ TechnoCylyps) หนังแนวปรัชญาของเทคโนโลยีและจุดจบของมนุษย์ และได้ร่วมเขียนหนังสือภาษาฝรั่งเศส
สองเล่มในหัวข้อ มานุษยวิทยาของสังคมดิจิตอล และได้เป็นบรรณาธิการบริหารของหนังสือนิตยสารดิจิตอลที่มีชื่อเสียง เวฟ (wave) ปัจจุบันเขาอาศัยอยู่ที่เมืองเชียงใหม่ ประเทศไทย ที่ซึ่งเขาได้สร้างสรรค์มูลนิธิทางเลือก P2P (Foundation for P2P Alternatives) เขายังได้สอนวิชามนุษยวิทยาของสังคมดิจิตอล สำหรับนักศึกษาปริญญาโทที่ไอเชค เซ็นต์หลุย เมืองบรัซเซลประเทศเบลเยี่ยม ( ICHEC/St. Louis in Brussels) และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องที่มหาวิทยาลัยพายัพและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในประเทศไทย
--------------------------------
i http://www.sscnet.ucla.edu/anthro/faculty/fiske/relmodov.htm
ii Personal communication with the author
|